สรุปเนื้อหา งาน WebPresso "Leverage Your Voice : สร้างสื่อ สร้างตัวตน เปลี่ยนความรู้ให้มีพลัง"

สรุปเนื้อหา งาน WebPresso “Leverage Your Voice : สร้างสื่อ สร้างตัวตน เปลี่ยนความรู้ให้มีพลัง”

บทความนี้เป็นบทความที่สรุปเนื้อหาของงาน WebPresso ที่จัดขึ้นโดย สมาคมผู้ดูแลเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ไทย (TWA) จัดงาน WebPresso ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 จัดขึ้น ณ ห้อง X01AB ชั้น 10 อาคาร Knowledge Exchange Center (KX) ตั้งแต่เวลา 13.30 – 15.00 น. ซึ่งเป็นการจัดขึ้นก่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ที่จัดขึ้นในช่วงต่อมา โดยงาน WebPresso นี้จัดขึ้นในหัวข้อ

“Leverage Your Voice : สร้างสื่อ สร้างตัวตน เปลี่ยนความรู้ให้มีพลัง”

ซึ่งในงาน ดำเนินรายการโดย คุณศุภาภรณ์ วรรณพฤกษ์ (รองเลขาธิการสมาคมฯ) โดยเรามาดูหัวข้อในเซสชันแรกกันก่อน นั่นก็คือ

1️⃣ เซสชันแรก : “ทำไมการเขียน ถึงเป็นสุดยอดทักษะ ของคนยุคถัดไป ?“

สำหรับการบรรยายในเซสชันแรก เป็นของ คุณกษิดิศ สตางค์มงคล (แอดทอย จากเพจ DataRockie)

รูปแบบของครีเอเตอร์ในอนาคต (The Future of Creators)

โดยในช่วงแรกทาง คุณกษิดิศ ได้นำเสนอเรื่องอนาคตของครีเอเตอร์ (The Future of Creators) โดยครีเอเตอร์มีหลากหลายรูปแบบการนำเสนอ เช่นในเรื่องของ

1. Value Creator

ซึ่งหากเทียบ Entertainment Creator กับ Value Creator โอกาสที่จะรอดต่างกัน การเป็น Value Creator ผู้สร้างคุณค่าและทำธุรกิจคนเดียว (Solopreneur) ทำคนเดียวได้ ตื่นเช้ามาทำทุกวัน เลี้ยงตนเองได้ มีเวลาได้ดูแลครอบครัว

2. One Person Business

พลังของครีเอเตอร์ในยุคนี้ ไม่รอแค่ Monetization ค่าโฆษณา ที่ต้องแข่งกับคนอื่นๆ ดังนั้น หากทุกคนมี Product แนะนำให้สร้าง Product ให้ดี และได้พูดถึงแนวคิด Surviving is The New ART Form การยอมรับความจริงในการต่อสู้กับตนเอง เพื่อให้ตนเองมีความหมาย ความแข็งแกร่งคือการยืนได้ด้วยตนเอง ตื่นเช้ามาเขียนวันละ 2 ชั่วโมง การเขียนคือการได้คิดบนกระดาษ ทำให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น มุมมองการทำคอนเทนต์ ฝึกเขียน ช่วยได้

แชร์แนวคิด Work Less, Earn More, Enjoy Life

ตื่นเช้ามาทำสิ่งที่มีความหมายของชีวิตเรา ทำต่อได้เรื่อยๆ อยากให้ตั้งคำถามกับตนเองว่าเท่าไหรถึงจะพอ ไม่ต้องทำงานทุกวัน อยากมีเงิน 3 แสนบาท มาวางแผนทำงานแบบมีเป้าหมาย อยู่ได้เรื่อยๆ Better, Not Bigger คุณทอยสนุกกับการทำงานคนเดียว แม้จะมีคนชวนไปทำธุรกิจต่างๆ หากเราทำติดต่อกัน 10 ปี ทำต่อเนื่องได้เรื่อยๆ

หากวันนึงเราลาออก ไม่มีเจ้านาย แต่ได้เงินน้อยลง ทักษะสำคัญที่สุด ในการใช้ชีวิตตนเอง ตื่นเช้ามาเลือกชีวิตตนเองได้ ทำทุกอย่างที่เราทำได้ ทำสิ่งที่ถูกต้อง และมีความหมายกับชีวิต

เวลาว่างเปิดหนังสือมาอ่านแทนไถโซเชียล หากเขียนหนังสือเยอะจะจัดลำดับความคิดได้ดี

ทำไมการเขียน สุดยอดทักษะของคนยุคถัดไป ?

นอกจากนี้คุณทอยเริ่มต้นการเขียน ช่วงปี 2011 – 2012 อ่านหนังสือแล้วเขียนตลอด 15 เดือน จากการไปเรียนหนังสือ อาจารย์ให้อ่านแล้วเขียนหนังสือ ทุกวันนี้ไม่ต้องมีใครบังคับก็เขียนหนังสือได้เป็นประจำทุกวัน ความสุขในชีวิตคือ การได้คิด ได้ทำ และส่งตัวเองไปในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น เช่น อยากจะมี 1 ล้านบาท จะต้องคิดแบบคนที่มีเงิน 1 ล้าน ไม่ใช่ 2 หมื่น เราคือ Product สร้าง Traffic ทำเว็บไซต์ให้คนมาอ่านบทความของเรา แล้วแปลงเป็นรายได้ คุณทอยทำเพจ Datarockie 10 ปี ใช้ความพยายามในการเขียน ทำคอนเทนต์ ชอบเขียน อาจไม่ถนัดทำวีดีโอ (นอกจาก Live VDO) ก็ทำในสิ่งที่ตนเองถนัด จะต้องมีความรู้ในการเชื่อมโยงความรู้ บทความ โดยได้ข้อคิด การศึกษาไม่ใช่การเตรียมตัวเพื่อออกมาใช้ชีวิต แต่เป็นการศึกษาตลอดชีวิต จาก John Dewey และการเขียนมาจากอาจารย์ให้เขียนจากการอ่านหนังสือ

ค่านิยมต่างๆ มาจากรุ่นพ่อแม่ของเรา กระบวนการคิดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ยิ่งใช้ความคิดเยอะ ยิ่งไปได้ไกลขึ้น การวางแผนการใช้เวลา เช่น ใช้ 3 ชั่วโมงกับ Tiktok เป็นเวลา 10 ปี จากนี้จะเป็นอย่างไร กับใช้ 3 ชั่วโมงกับการพัฒนาตนเอง อ่านหนังสือ เป็นเวลา 10 ปี การศึกษา มหาวิทยาลัยอาจจะไม่สำคัญ ยกเว้นบางอาชีพ การสร้างธุรกิจ เป้าหมายคือการอยู่รอด หากทำในสิ่งที่มีความหมาย ชีวิตไม่มีคำว่าสั้นเกินไป

หนังสืออาจจะไม่ต้องอ่านทั้งเล่นจนจบ อาจจะอ่านเฉพาะบทที่ช่วยให้เราพัฒนาตนเองได้ เดือนนึงอ่าน 1-2 เล่ม ที่เปลี่ยนชีวิตเราได้ก็เพียงพอ ไม่ต้องอ่านหนังสือ Best Seller แต่เป็นหนังสือความรู้

คุณทอยแนะนำให้เริ่มสร้างรายได้จากการเปิดเว็บไซต์ ฝึกเขียน ต่อไปงานประจำอาจจะไม่ใช่ทางออก สุดท้ายชวนให้ทุกคนเริ่มเขียน เริ่มสร้างอะไรของตนเอง เริ่มเขียนได้เลย

ตอนนี้ไม่ต้องกลัว AI เทคโนโลยีดีขึ้น ยิ่งช่วยเราได้ แต่ไม่อยากให้เอา AI มาลดความเป็นมนุษย์ในองค์กร เราควรใช้ AI ทำเพื่อตนเอง

คุณกษิดิศ สตางค์มงคล

ยิ่งเราให้มากขึ้นเท่าไหร เรายิ่งได้กลับมามากขึ้นเท่านั้น

Naval Ravikant บอกว่า ยิ่งเราให้มากขึ้นเท่าไหร เรายิ่งได้กลับมามากขึ้นเท่านั้น อ่านฟรี แต่เพิ่งมีขาย ยอดขายหนังสือทะลุเกือบ 2 ล้านเล่ม เล่นให้ถูกเกม ชนะให้ถูกเกม มีโอกาสชนะมากกว่า ไม่ต้องเป็นคนที่เสียงดังที่สุด แต่จะต้องอยู่รอดได้ คุณทอยก็เลยสอนฟรีเยอะมาก 99% อีก 1% ขาย

Earn with Your Mind รายได้ไม่ควรจะผูกติดกับเวลา คอนเทนต์ที่มีความหมาย มองหาการใช้เวลากับการเพิ่มพลังชีวิต

Leverage จะทำให้ตนเองเก่งขึ้นทุกวัน

สิ่งที่ช่วยเราได้คือ AI, Skills, Internet ช่วย Leverage ทำให้ตนเองเก่งขึ้นทุกวัน เทียบกับตัวเองในเมื่อวาน ไม่ต้องเทียบกับคนอื่น มีทักษะ มีอินเทอร์เน็ต มีเว็บไซต์สร้างรายได้จากทั่วโลก

AI ฟรีช่วยได้กับคนทั่วไปก็ตอบโจทย์แล้ว ใช้ WordPress สร้างเว็บไซต์ได้

Productize Yourself is a Business Model ตัวเราคือ Product ผลงานคือ Asset สร้าง Value สร้างคุณค่า อยากมีเงิน 1 ล้านบาท มีคนเข้าเว็บ 1,000 คน แปลงให้เป็นรายได้ให้ได้

IAUMReview ตัวอย่างการสร้าง Product ให้แฟนคลับ

ปิดท้าย คุณทอยยกตัวอย่างคุณอุ้ม IAUMReview รีวิวโทรศัพท์ มองว่าหากทำเฉพาะคอนเทนต์อย่างเดียวน่าจะไม่รอดในระยะยาว ก็เลยสร้าง Product สายชาร์จ Loop 590 บาท ขายไป 25,000 เส้น คุณอุ้มคือ Creator  ที่สร้าง Product ให้แฟนคลับซื้อ สร้างรายได้ได้อย่างน่าพอใจ

และแม้ปัจจุบันคนเข้าเว็บน้อย เราต้องหาแฟนตัวจริงของเรา สร้างเว็บเพื่อคนที่เชื่อแบบเดียวกับเรา ต้องสร้าง Community ให้ได้

ส่วนการจัดการชีวิตของคุณทอย เวลาคือสิ่งที่เราจัดการไม่ได้ เราไม่ใช่เจ้าของเวลา เราจัดการ Energy พลังงานตอนเช้า สมองสดชื่น ปกติเราตื่นมาไถมือถือ คุณทอยใช้ชั่วโมงแรกอย่างคุ้มค่า อ่านหนังสือ ช่วงที่เรามีพลังสมอง เลือกทำในสิ่งที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลาได้

คุณทอยปิดท้ายว่า “อ่าน เขียน ลงมือทำ เป็นคนดี”

2️⃣ เซสชันที่สอง : “ถอดรหัสการสร้างตัวตน และสื่อสารบนโลกออนไลน์ สไตล์หมอแทน”

นายแพทย์ธนีย์ ธนียวัน

การบรรยายในเซสชันที่ 2 โดย นายแพทย์ธนีย์ ธนียวัน (หมอแทน จากช่องยูทูบ Doctor Tany) ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด การปลูกถ่ายปอด และเวชบำบัดวิกฤต วุฒิบัตรสหรัฐอเมริกา ได้มาแชร์ถึงประสบการณ์ของการที่ก้าวมายืนอยู่ในจุดที่ตัวเองเป็น Content Creator ได้ โดยเนื้อหาหลักสรุปได้ใจความดังนี้

การพัฒนาตนเองในสไตล์หมอแทน – มองคนอื่นๆ เพื่อค้นหา ค้นคว้า เข้าใจโลก

หมอแทน เรียนสายแพทย์มา และไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะเป็น Content Creator หมอแทน ชอบเรียน ชอบกิจกรรม นักกีฬา ชอบการแสดง ออกกำลังกายทุกวัน หมอแทนแทบไม่เคยอ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง แต่จะชอบอ่านนิยาย อ่านอะไรที่สนุกๆ เพชรพระอุมา เป็นการเปิดจินตนาการ ให้เห็นมุมมองของคนอื่น วิธีคิดของคนอื่น หมอแทนมองอาจารย์ที่เก่ง เก่งจากหนังสือ เขาเรียกว่าไม่เก่ง เพราะทำงานตรงนี้มานาน แต่อาจารย์คนที่เก่งคือการสอนวิธีการคิด เรื่องวิธีคิดอยู่ที่จินตนาการ บางคนใช้วิธีคิดแบบหมอปกติจะไม่ไปถึงการวินิจฉัยโรคได้

ตอนเด็กหลายคนเจอคำถาม โตขึ้นอยากเป็นอะไร หมอแทนตอบว่าอยากเป็น “คนเท่” อยากได้รับการยอมรับจากหลายๆ คน เรียนดี เพื่อนยอมรับ วาดรูป เล่นดนตรี พูดหลายภาษา ออกกำลังกาย ทำทุกอย่างให้เท่ สิ่งที่หมอแทนแตกต่างจากคนอื่นๆ เป็นคนชอบพิจารณาอะไรหลายๆ อย่าง การอ่านหนังสือจะดูว่าอะไรที่ทำให้เขาเขียนแบบนี้ แม้จะใช้เวลามาก แต่เดาทางได้อะไรสำคัญ ตั้งคำถามต่อได้ อ่านหนังสือแพทย์ไม่ต้องอ่านทั้งเล่ม อ่านโดยพิจารณาแนวคิดของคนเขียน อ่านเล่มเดียวอาจจะฉลาดกว่าคนอ่าน 365 เล่มทั้งปี เดาทางจากการเขียน ว่าเขาคิดอะไร จุดสูงสุดในอาชีพแพทย์ คือการสอนนักศึกษาแพทย์ หลากหลายอาชีพมาเรียนหมอ เพราะเห็นโลก เห็นความเป็นจริง ต้องการเติมเต็มอะไรในโลกแห่งความเป็นจริง หากรู้ตัวตั้งแต่ปริญญาตรี แล้วเห็นจากการฝึกงาน กับเป็นเด็กอัจฉริยะ รู้ว่าจะต้องเรียนแบบไหน คนเรียนป.โท หลังจบป.ตรี ไปเห็นโลกแห่งความเป็นจริงก่อนแล้วค่อยเรียนต่อ

หมอแทนรู้ตัวตั้งแต่อยู่ประเทศไทยว่าไม่ควรมีอาชีพเดียว สร้าง Passive Income สิ่งหนึ่งที่หมอทั่วไปลาออกเพราะงานหนัก เงินเดือนน้อย แต่หมอแทนชอบเพราะการเป็นหมอได้เห็นคนจากหลายอาชีพ อยากรู้ความคิดของหลายๆ คน เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ก็เลยคิดทำอะไรสักอย่างเพื่อสร้างรายได้ ตั้งบริษัทในประเทศไทย เกี่ยวข้องการนอนหลับ การหยุดหายใจขณะนอนหลับ เกิดจากการมองเห็นช่องโหว่ เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว การกรน คือการหยุดหายใจขณะนอนหลับ อยากทำด้วยเจตนาดี 3 เดือนแรกขาดทุน แต่ทำให้เรียนรู้ธุรกิจ ใช้ความสามารถด้านการแพทย์มาเรียนรู้ด้านการขาย

ครูคนเดียว คือตนเอง

หมอแทนเก่งได้ด้วยตนเอง หัดเอง ทุกๆ อย่างในการเรียนไม่ต้องให้คนมาสอน ครูคนเดียวคือตัวเอง การเข้าเรียนเพื่อไปฟังว่าสิ่งที่รู้ตรงกับครูหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องฝึกคิดตัวเอง สอนตัวเอง การศึกษาสำคัญ สร้างสังคมให้ดีขึ้น อยู่กันแบบเพื่อน ไม่ใช่หัวหน้า ลูกน้อง ระหว่างเรียนหมอก็มีรายได้ ไม่คิดลาออก ไม่คิดเปลี่ยนงาน ไม่คิดจะเกษียณ แต่หากใครจะเกษียณ อยากสบาย จะเห็นว่า ปัญหาสุขภาพเริ่มตามมา วันนึงเกิดการควบรวมของโรงพยาบาล มีการเลย์ออฟพนักงานแอดมิน ก็เลยมองหาสถานที่มองเห็นคุณค่าของเรา มองว่าหัวหน้ามีมุมมองอย่างไร หากลาออกจะไปทำอะไร หมอแทนทำ YouTube ตั้งแต่ช่วงโควิด ดูแลคนไข้ปลูกถ่ายปอด ดูแลคนไข้ ICU 30 คน จากปกติ 10 – 12 คน ตั้งแต่โควิดช่วงแรกๆ หมอแทนทำความเข้าใจโรค ไวรัสทำงานอย่างไร ภูมิต้านทานของร่างกายเป็นอย่างไร เป็นโรคใหม่ยังไม่มีใครรู้ จึงทดลองกับคนไข้ช่วยได้ อาการดีขึ้น การเรียนรู้ตลอดชีวิตทำให้มีความเชี่ยวชาญ หมอแทนก็เลยทำ YouTube อธิบายให้คนในบ้านฟัง พ่อแม่ คนในครอบครัวฟัง จึงเป็นไวรัลใน LINE เริ่มจากตรงนั้น จากนั้นขยายคอนเทนต์ จึงมองหาคอนเทนต์โรคต่างๆ เบาหวาน ลดน้ำหนัก สโตรก ก็เลยศึกษาเพิ่มเติม เอาเรื่องดราม่ามาสอนชีวิตคนอื่นๆ นำมาพัฒนาตนเอง

สิ่งที่หมอแทนได้คือ รู้วิธีคิดของคน คาดเดาล่วงหน้า จึงเกษียณในวัย 43 ปี ลาออกจากการเป็นหมอ เพราะมีบริษัทตนเอง มีรายได้ที่มั่นคงรองรับ

เขียน CV รู้จักตนเองเป็นประจำ

หมอแทนแนะนำการเขียน CV ตนเองทุกอาทิตย์ มีอะไรที่ได้เพิ่มเติม อะไรที่ต้องปรับปรุง อยากให้พัฒนาตนเอง คอนเทนต์ หมอแทนทำคอนเทนต์เอง ตอบเองทุกคอมเมนต์ บริหารเวลาได้ ทำคอนเทนต์ทุกวัน จะมีวันนึงที่เราท้อ จะต้องจำความรู้สึกแรกที่ทำ ประเมินตัวเองทุกอาทิตย์

หมอแทนมองว่า อาชีพที่ไม่ตกงานคือ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ คนชอบดูมากกว่า AI

สำหรับมุมมองการเป็น Passive Income ที่ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ YouTube แม้จะมีคนดูคลิปซ้ำแต่ก็ยังต้องทำคลิปใหม่ มี Active Income บ้าง ไม่ได้ Passive Income 100% จะต้องมีการกระตุ้นสมองให้ทำเพื่อสังคม มองว่าเป็นเรื่องที่ดี

อาจเป็นรูปภาพของ ดอกคอร์นฟลาวเวอร์ และ ข้อความ

ขอบคุณ บมจ.ซีพี ออลล์ สนับสนุนอาหารว่าง และเครื่องดื่ม

ผู้สนับสนุนหลัก : DataRockie, THNIC, Thaiware, และ CP ALL

พันธมิตรสื่อ (Media Partner): IT24hrs, The Story Thailand, The Reporter Asia

ขอบคุณพันธมิตรสื่อ (Media Partner): IT24hrs, The Story Thailand, The Reporter Asia

ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ความคิดเห็น ระหว่างสมาชิก และส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและวัฒนธรรม ส่งเสริมวิชาชีพผู้ดูแลและพัฒนาเว็บและยกระดับสมาชิกของสมาคมให้สูงขึ้นทั้งด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านวิชาการ และจริยธรรม