สมาคมผู้ดูแลเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ไทย (TWA) จัดงาน จิบกาแฟคนทำเว็บ (WebPresso) เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม B104-05 อาคาร THE TARA CP ALL บมจ.ซีพี ออลล์ (ถ.แจ้งวัฒนะ) ในหัวข้อ “AI เปลี่ยนการค้นหาอย่างไร ? SEO, AEO และ GEO สำหรับเว็บไซต์ยุคใหม่”

ดำเนินรายการโดย คุณธนิยะ วงษ์เสือนุ่ม (น็อต) กรรมการ และนายทะเบียน สมาคมผู้ดูแลเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ไทย โดยได้รับเกียรติจากกูรูตัวจริงในวงการ คุณธนาฑฒ์ ชำนาญยันตรกิจ (แบงค์), Senior SEO Strategist & Growth Consultant และ คุณศิริพงษ์ กลิ่นขจร (ไอซ์), Managing Director จาก NerdOptimize
เรามาดูหัวข้อในเซสชันแรกกันก่อน นั่นก็คือ
เซสชันแรก : Scaling SEO with AI Automation

สำหรับการบรรยายในเซสชันแรก เป็นของ คุณธนาฑฒ์ ชำนาญยันตรกิจ (คุณแบงค์), Senior SEO Strategist & Growth Consultant ผู้เชี่ยวชาญ SEO ทำมา 20 ปี พอมี AI เข้ามาช่วยงานได้เยอะ ทำอสังหาริมทรัพย์ ทำเว็บไซต์ต่างประเทศ และคลินิกความงาม เมื่อ AI เข้ามา โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก ก่อนหน้านี้ต้องจ้างคนเขียน 400 บาท ต่อบทความ ปัจจุบันเหลือเพียงแค่ 7 บาท / 15 บาท ตอนนี้โมเดลดีขึ้น ราคาถูกลง น่าจับตามอง สามารถทำเว็บอะไรก็ได้ ทำภาษาไทย นอร์เวย์ อังกฤษ เยอรมัน ใช้ Full Automation ทำตั้งแต่ Full Process ทำ Traffic จากนั้นต่อยอดหาเงินต่อได้

คุณธนาฑฒ์ ใช้ AI ทำ SEO ตลาดการออกกำลังกาย ใช้ AI ตรวจสอบตลาดได้ง่ายกว่าเดิม จากเดิมที่ต้องดูไฟล์ Excel โดยใช้ Cluster ให้ AI แปลงกลุ่ม Keyword เป็น Vector เป็นตัวเลข ให้ AI ทำ Cluster ให้โฟกัสเทรนด์ ขาขึ้น – ขาลง เพื่อรีบทำเรื่องการวิ่ง ทำการตลาดให้ตรงจุด งานหลักๆ คุณธนาฑฒ์ใช้ Factory สร้างโรงงาน AI ให้ออกผลลัพธ์ ออกอาวุธ เว็บไซต์ เพื่อแข่งขันในตลาดต่อไป จากเดิมใช้ทุนเยอะ ผลออกมาน้อย คุณภาพโอเค แต่ปัจจุบันใช้แนวคิดคล้ายโดรน ทำหว่าน กระจายโดรนออกไป ทำให้ลองผิดลองถูกได้มากขึ้น ทดสอบตลาด ปล่อยโดรนออกไป ตั้งค่าโรงงานแล้วตรวจว่าพนักงานส่งอะไรมากบ้าง (ดูแค่ผลลัพธ์ โรงงาน AI ทำอะไรได้บ้าง) แกนหลักทำต้นน้ำยันปลายน้ำ หาเว็บคู่แข่ง สร้างวีดีโอ บทความ คีย์เวิร์ด ให้ AI ช่วยตรวจ Search Console ทุกอย่างเป็น Automation ทั้งหมด ยุคนี้ใช้ AI ใครๆ ก็สามารถทำเว็บไซต์ได้ โดยมี 3 รูปแบบ เว็บมีหลายหมวดหมู่
- แบบกว้าง : เช่น การออกกำลังกาย หา Categories ที่เกี่ยวข้อง การ Weight Training มีหลากหลายเรื่อง แต่เกี่ยวข้องกับเรื่องหลัก โดยเนื้อหาจะต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันเท่านั้น
- เว็บเจาะลึกในหมวดหมู่ย่อย (Narrow Down) : เจาะลึก เช่น เรื่อง 1 เว็บไซต์ 1 Category เจาะการวิ่งอย่างเดียวต่อ 1 เว็บไซต์
- เว็บแบบขั้นสุด (Topical Authority) : เว็บแบบขั้นสุด เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง มีทั้งแนวกว้าง และเจาะลึก เช่นเว็บไซต์ Wikipedia เช่น ดราก้อนบอล เจาะลึกครบถ้วน

การสร้างตัวตนให้น่าเชื่อถือ (Authorship SEO) เพราะใครๆ ก็ทำเว็บด้วย AI ได้ เช่น คุณธนาฑฒ์ มาบรรยายในงานของสมาคมฯ ก็เลยมีความน่าเชื่อถือ หรือไปเรียนได้ใบประกาศณียบัตรรับรอง ยืนยันการเป็นผู้เชี่ยวชาญ
Semantic SEO ทำบทความที่มีการจัดองค์ประกอบให้ถูกใจ Google เช่นทำ Title ทำ Flow หัวข้อย่อย กว้าง – ลง – ลึก การตอบคำถาม มี Fact มีข้อเท็จจริง สถิติ อ้างอิง เพื่อให้ Google มองว่าบทความมีข้อมูลที่สัมพันธ์กัน โดย Google เข้ามา Crawl ทำให้ Budget ต่ำ ดังนั้น Google ออก Bot มาเก็บเว็บไซต์ ก็จะเสียเงินเยอะ หากใช้ Crawl Budget ต่ำกว่าคู่แข่ง มีสิทธิได้ Ranking ที่ดีกว่า ทำเว็บให้เข้าใช้งานได้ทุกหน้า ไม่มี Error 404 เพราะ Google ต้องการลด Budget ในการ Crawl เว็บไซต์ต่างๆ จึงเลือกเฉพาะบางเว็บที่สมบูรณ์แบบ
วิธีการทำงานร่วมกับ AI
หากจะสั่งลูกน้องจะต้องมีกฎ มี Prompt ข้อควรทำ – ข้อไม่ควรทำ Loop ของการทำงาน
ส่วนหน้าที่ของมนุษย์ ตัดสินร่วมกับ AI ได้ ปรับปรุงวงจรให้ดีขึ้น ทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด หากยังไม่เคยเริ่มทำ Automation เลือก Task แล้วไล่ Flow ในจินตนากร เช่น อยากให้ Automate รูปแบบ จะต้องคิด Prompt แบบไหน ปรับขนาดภาพให้เล็กลง ต้องเปลี่ยน JPEG เป็น Webp ทำให้มีขนาดไฟล์ที่เล็กลง แล้วบอก AI ว่าต้องการอะไร ไล่ Sequence 0 – 10 มี Task ยิบย่อย ดังนั้นหน้าที่มนุษย์คือ ให้ AI Process แล้วมนุษย์ทำงานร่วมกับ AI โดยขอคะแนน Point ของคะแนนในช่วงต่างๆ และ Feedback ร่วมกับ AI ได้ ดู Data Point ใช้ Top Tier คือ OpenAI, Claud, Gemini ใช้ทั้ง 3 ตัว ไม่ได้ใช้ตัวใดตัวหนึ่ง

ทำยังไงให้เว็บไซต์ดีในสายตาของ Google
ใครๆ ก็ทำบทความบนเว็บไซต์ได้ แต่ทำยังไงให้ดีในสายตาของ Google ปกติคนทั่วไปคุยกับ AI จะขอให้ AI เขียนบทความให้ เป็น Prompt ง่ายๆ สั้นๆ แต่การ Prompt ที่เหนือกว่าคนอื่น Prompt จะยาวมาก เป็นบรรทัด โดยมี
- ข้อมูลภายใน
ประสบการณ์ของเรา ไฟล์ขององค์กร รูปแบบต่างๆ Word, PDF, เสียงจากบันทึกการประชุม อัดวีดีโอ ให้ AI Export ข้อมูลเป็นตัวเลขได้
- ข้อมูลภายนอก
อาจจะมีเนื้อหาที่ข้อมูลภายในอาจจะยังไม่สมบูรณ์ จึงจะต้องมีข้อมูลให้ครบทุกอย่าง ก็เลยให้ AI ทำ Deep Research โดยใช้ OpenAI และ Gemini บอก Prompt ให้เก็บข้อมูลเป็น 100 เว็บ ยิ่งเร็วขึ้น ยิ่งถูกต้องขึ้น ยิ่งฉลาด ให้ไปดึงข้อเท็จจริง ตัวเลข ข้อมูล รายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วน และยังมีองค์ความรู้หลักของเรา ที่เรารวมข้อมูลภายใน และข้อมูลภายนอก อย่างครบถ้วน
- กฎของ SEO
เพื่อให้เหนือกว่าคนอื่นๆ แนะนำให้ สร้างกฎทำ Prompt เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้ AI เข้าใจถูกต้อง และไม่ใช้ Token เยอะ สร้างภาพให้สั้น ให้ตรงกับกฎ โดยกฎคือ Human + AI
- อัตลักษณ์ของผู้เขียน
นอกจากนี้ บทความควรจะมีอัตลักษณ์ของคนเขียน โดยให้ AI เรียนรู้บทความเรา 100 บทความ ทำเป็นไฟล์ JSON จนเลียนแบบตัวตนเราได้ ทำให้เราได้บทความที่ตอบโจทย์ SEO อย่างมีประสิทธิภาพ

เซสชันที่สอง : Beyond SEO : The Rise of AEO & GEO in the AI Era

โดย คุณศิริพงษ์ กลิ่นขจร (ไอซ์), กรรมการผู้จัดการจาก NerdOptimize Co., Ltd.
คุณศิริพงษ์มองว่า ตอนนี้คนเริ่มตื่นตัวกับ AI สนใจการที่แบรนด์ถูก Mention ใน AI, ลูกค้าสนใจ AEO, GEO ลูกค้าไม่ได้สนใจ SEO อย่างเมื่อก่อนแล้ว และมีคำถามในการวัดยอดขาย เมื่อแบรนด์ถูกพูดถึงบน AI แต่ปัจจุบัน แม้จะดู Direct Traffic จาก AI ได้ แต่หากแบรนด์ยังไม่ถูก Mention ก็ถือว่าเสียโอกาสเมื่อแบรนด์คู่แข่งถูก Mention หากยังไม่มีคนเห็นแบรนด์ ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะเกิดยอดขาย
NerdOptimize ทำ SEO Search มาก่อน แล้วปรับมาทำ AI Search เนื่องจากโลกเปลี่ยน Google จะตาย คนไปใช้ Generative AI, ChatGPT ค้นหากันหมด

พฤติกรรมของการค้นหาของผู้ใช้
- อ่านผ่านหน้า AI อย่างเดียว ไม่กดเข้าเว็บไซต์ (มักเป็นเด็กรุ่นใหม่)
- ไม่สน AI เลื่อนไปกดเข้าเว็บไซต์เลย (ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ และกลัว AI พูดง่าย ๆ คือ “หลอน”)
- เจอ AI กด See More เข้าไปอ่าน แล้วเข้าไปคุยกับ AI เลย
ในมุมนักการตลาด ทำทั้ง 3 แบบ เพราะมีหลากหลายพฤติกรรมการค้นหา
การมี AI เข้ามาคั่น ทำให้ Ranking ตกลงไป ตอนนี้มี AI Mention พฤติกรรมการค้นหาเปลี่ยนไป ปกติคนเข้า Google ตอนนี้คนเข้า AI ก่อนเลย
ปลายปีนี้ – ต้นปีหน้า คนเริ่มปรับพฤติกรรม ผู้ใช้คุยกับ AI แล้วให้ AI เลือกข้อมูลมาให้เรา เราต้องทำเนื้อหาให้ลึก เพื่อให้ AI มีโอกาสดึงข้อมูลเว็บไซต์เราไปตอบ
หลักการ แต่ก่อนเรามี PC มีเว็บไซต์ แล้วทำ Mobile Web ตอนนี้ต้องทำเว็บไซต์สำหรับ AI ต่อไปคนจะสั่งซื้อบนตัว Google เลย โดยดึงข้อมูลมาทั้งๆ ที่ไม่ได้เข้าเว็บไซต์ตรงๆ คนจะเข้าเว็บไซต์น้อยลง
เรื่องโฆษณา Google เริ่มมาแล้ว ขึ้นใน AI Mode ทั้ง Google Gemini, ChatGPT เชื่อม MCP กับ Google Ads กับ Claude จัดการโฆษณาได้เลย สะดวกมาก
Google มี AI Mode เป็นโหมดใหม่ ผู้ใช้พูดคุยกับ Google มากขึ้น ก็เลยมี Business Agent เว็บไซต์ทำให้คนอ่านแช็ตคุยกับ AI แล้วดึงข้อมูลมาตอบ โดยใช้ Google Merchant Center มาช่วย AI ดูดข้อมูลมาแสดง นักการตลาดจึงจะต้องปรับตาม Google
ตอนนี้มี AI เข้ามาคั่นกลาง และจะต้องให้ AI เลือกข้อมูลจากเว็บไซต์ไปตอบ จะต้องเอาใจทั้งคู่

แบรนด์ถูกแสดงที่ไหนบ้าง
- Ranking บน Google Search
- AI Overviews มี Brand Mention
- Generative AI
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า แบรนด์จะถูกแสดงเยอะมาก ในหลายพื้นที่ และเริ่มมีศัพท์ SEO, AEO, GEO
ในเชิงหลักการ SEO คือ Backbone รากฐานสำคัญ วัดผลโดยการดู Ranking
แต่สำหรับ AEO และ GEO วัดผลโดยการดูเรื่อง Brand Mention Visibility วิธีการวัดผลต่างกัน
แนะนำให้ทำจากล่างขึ้นบน ทำ Search ก่อน แล้วค่อยทำ AEO และ GEO คนส่วนใหญ่อยากติด AI Search เลยคิดว่า SEO ไม่สำคัญ แต่จริงๆ SEO เป็นรากฐานของการ Search เป็นหลัก

SEO = Backbone
- SEO คล้ายเดิม On-Page, Off-Page, Technical SEO
- GEO มี เอกสารของ Google พูดถึง AI Overviews ดึงมาจาก Top Web Result = จะต้องติด Top Rank ก่อน
หากวันนี้ Google ไม่มี AI OverViews ผู้ใช้ก็จะไปหา ChatGPT, Generative AI พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนไป
การทำงานของ AEO
ตัว Search Foundation ยังเหมือนเดิม Crawling, Indexing, Ranking จะมีการนำ Search Result มาประมวลผลต่อ โดยหยิบ Top Rank โดยมี 3 ปัจจัย หากติด Top Rank อันดับ 1, 2 มีโอกาสเยอะ และหากมีข้อมูลคุณภาพ โอกาสที่ AI แสดงก็จะเยอะ และหากต้องการข้อมูลเพิ่ม ผู้ใช้ค้นหายาว ก็มีเหมือนกันที่ไปค้นหาจาก Social Media เช่น X, Linkedin มาตอบมากขึ้น แต่ก็ยังเป็นเงื่อนไขสุดท้าย (มีส่วนช่วย แต่ไม่เยอะ)
วิธีการ Optimize Content – Content คุณภาพ
Direct Answer
แต่ก่อนเขียนแต่น้ำ เอาจำนวนคำเยอะๆ ไว้ก่อน เพื่อให้ SEO ตรวจจับได้ ปัจจุบัน เข้าเนื้อหาเลย ใส่ข้อมูลละเอียดไปเลย ใส่ Key Takeaway ทำ Bullet ให้ AI ดึงข้อมูลง่าย เริ่มต้นด้วยคำถาม (Question Base) ใส่ Table (ตาราง) ใส่ตัวเลข อัปเดตปีล่าสุด ทำ Internal Link ต่างๆ และในยุค AI การใส่ Structured Data สำคัญมากๆ

คำแนะนำในการให้ AI ตรวจสอบการทำเว็บไซต์
ทำ Framework ให้ AI ตรวจสอบ โดยใช้ Google AI Studio ตรวจสอบเนื้อหาได้
GEO
เรียกว่า Query Fan Out โดยเน้นที่ ChatGPT ซึ่งผู้ใช้ทำการค้นหา ChatGPT จะมีโมเดลตรวจสอบว่าเข้าเงื่อนไข 1, 2, 3 นำมาประมวลผลให้เป็น Response
หากผู้ใช้ค้นหาแบบซับซ้อน AI จะเข้าไปตรวจสอบว่าผู้ค้นหาต้องการอะไร โดยแตกแขนงออกมาว่า ผู้ค้นหาต้องการอะไร แล้วนำมาหาข้อมูลทีละคำ มี Source ต่างๆ หลายแหล่ง ช่วยได้ในการทำ Rank โดย Google, ChatGPT ใช้หลักการ Query Fan Out ผู้ใช้ค้นหาแบบยาวแบบซับซ้อน AI จึงต้องวิเคราะห์ว่าจะต้องไปหาข้อมูลอะไร เมื่อก่อน ChatGPT เคยบอกว่ากำลังมองหาคำอะไร แต่ในโมเดลล่าสุดไม่แสดงแล้ว
Local Search
จะวิ่งไปค้นหาที่ Local เลย โดยจะต้องมีความน่าเชื่อถือของร้าน มี Ranking ที่ดี ต้องมีรีวิวเยอะๆ มี Backlink โดยใช้ Google Maps เป็น Backlink โดยแนะนำ API ของ Local SEO Checker ตรวจสอบ Checklist ดู Latitude, Longitude ดู Rank ว่าเป็นอย่างไร และมีการวิ่งไปที่ Google Knowledge Base สมองของระบบ ส่วน ChatGPT มี Bot ไป Crawl ในเว็บไซต์ได้เหมือนกับ Google Bot แถมดูได้ด้วยว่า Traffic มาจาก AI ค่ายไหน โดยเข้าไปตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ https://knownagents.com แนะนำ Microsoft Clarity เพื่อตรวจสอบว่า Bot ที่เข้ามา มาจาก AI ค่ายอะไรบ้าง หาก AI เข้ามาอ่านในเว็บไซต์เรา หรือใช้ Perplexity ก็ดูได้เช่นกัน
AI Search ไม่เหมือนกับ Google Search ที่เป็น Ranking อันดับ ติดอันดับหน้าแรก ส่วน AI Mention ดูอย่างไร ดูได้แค่ ติด หรือ ไม่ติด และต้องดูว่า AI Crawl หรือยัง

การทำให้ AI ติด Rank มากขึ้น
ทำ Robot.txt ที่เป็น User Agent ให้ Bot ทุกเจ้าเข้ามา Crawl ได้ และเริ่มมีโปรโตคอลใหม่ LLMs.txt นอกจากนี้ ChatGPT จะ Direct Search ไปที่เว็บไซต์เรา โดยเราสามารถทำ API เชื่อมต่อกับส่วนนี้ได้เลย แนะนำให้ค้นหาคำว่า Universal Protocol, Agentic Commerce Protocol แล้วให้ทีม Dev ทำตามไกด์ไลน์ ก็ช่วยได้
หากทำติด Top Rank ก็มีโอกาสที่ AI จะดึงเว็บไซต์ของเราไปตอบสูง โดย AI Search Bot ดึง Top Rank โดยมี ChatGPT User Bot ที่วิ่งเข้ามาตรวจสอบ อ่านบนเว็บไซต์ของเรา แล้วค่อยเอามาตอบในหน้า Response ดังนั้นคนที่ทำ AI Search จึงดูว่า Bot เข้ามาวิ่งมากน้อยแค่ไหน
Top Rank Page
นอกจากเว็บไซต์แล้ว ได้มีการวิเคราะห์จาก 750 แบรนด์ ว่าในการนำเสนอบน AI Mode, AI OverViews ชื่อแบรนด์ยังถูกพูดถึงบน YouTube เป็นอันดับ 1, 2 ผ่าน AI Search มีให้เห็นมากขึ้น โดยดูยอด views และ impressions ด้วย ปกติทำเว็บและทำ Backlink ต่อจากนี้ไป ทำ YouTube ด้วย
ปัจจุบันต้องทำรอบๆ ตัวเรา ทำทุกๆ ที่ที่สามารถพูดถึงเราได้ Brand Web Mention, YouTube, Brand Search Volume จากนั้นนำข้อมูลมาประมวลผลและเอามาตอบ

สรุป
เงื่อนไขที่ 1: หากเข้าเงื่อนไข Local SEO ให้ทำ Rank ใน Local
เงื่อนไขที่ 2: หากเข้าไปที่ AI Knowledge Base ก็จะเข้าไปดู ChatGPT User ติดตั้ง Microsoft Clarity เพื่อดูว่า AI เข้ามา Crawl เยอะแค่ไหน
เงื่อนไขที่ 3: ติด Top Rank และแนะนำ YouTube ที่แสดงใน Top Rank มากขึ้น
สรุปกลยุทธ์ คือ ทำตามลำดับ SEO > AEO > GEO เป็นหลัก อย่ารีบข้ามไป GEO เลย ต้องทำ SEO ก่อน
Roadmap
- ทำเว็บไซต์ของเราให้พร้อม บางเว็บไซต์ทำ Full SEO & GEO Audit
- On-Page ทำ Programmatic SEO ได้ง่ายขึ้น ใช้ AI เขียนคอนเทนต์
- Trust ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ ทำ Backlink
- ทำ Protocol ให้ AI สามารถเข้ามาดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ของเราได้
AI Mention & Brand Visibility วัดผลอย่างไร ?
แนะนำ AI Tools Business Journey ซึ่งจะต้องมีเรื่องการมี Prompt ที่ดี ดูส่วนประกอบ Brand Mention ดู AI Citations, Impressions และ AI Share of Voice สามารถใช้ Brand Radar เช่น Ahrefs Brand Radar ช่วยวิเคราะห์แบรนด์ได้
สรุป AI Visibility
- AI พูดถึงแบรนด์เราหรือไม่ (Brand Mention)
- AI Citations – จำนวนครั้งที่ AI อ้างอิง URL หรือแหล่งข้อมูลจากเว็บไซต์ของเราในการตอบ
- AI Share of Voice คนมองเห็นเป็นอย่างไร Share of Voice เมื่อเทียบกับคู่แข่งเป็นอย่างไร
โดยวิทยากร ได้แนะนำ Ahrefs, Semrush และ Peec AI
การใช้ Prompt
หากเราเอา Marketing Funnel เป็นตัวตั้ง การที่แบรนด์ถูก Mention จะอยู่ในช่วง Consideration กับ Conversion (Decision) โดยเลือก Prompt จาก Products ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการตัดสินใจซื้อ
แต่ก่อนใช้ AI คิด Prompt เป็นร้อยคำสั่ง แต่ดูแล้วหากจัดกลุ่ม (Grouping) ออกมาได้ว่า จัดเรียงคำ หรือสิ่งที่คนค้นหาต้องการ เช่น สมัครง่ายที่สุด ไม่ต้องมีรายได้ คุ้มค่า ทำให้เราทำคอนเทนต์ได้ง่ายขึ้น เพราะตรงจุด
การทำ Prompt ให้ครอบคลุม
จะต้องมี Keyword หลักตรงกลาง แล้วมาดู User Scenario เช่น Keyword หลัก บัตรเครดิตนักศึกษา User Scenario อยากสมัครง่าย อนุมัติง่าย ไม่มีสลิป ต้องเลือกว่าจะไปธีมไหน ใช้ Consideration + Decision เป็นตัวตั้ง ต้องหาประมาณ 5 – 10 Prompt เพื่อใช้ Tracking Scenario ของการค้นหาที่หลากหลาย เพื่อให้รู้ว่าจะชนะ ถูก AI Mention หรือเปล่า ก็จะได้ Scenario ที่เหมาะสม อยู่ที่เป้าหมาย เช่นอยากชนะ Scenario A, B ส่วน Scenario อื่นๆ ยังไม่ต้องสนใจ
หลังจากนี้ก็เอา Prompt ไป Tracking แนะนำให้ใช้เครื่องมือ Peec AI ราคาดีกว่า Ahrefs (ประมาณ Prompt ละ 1 USD)

ขอบคุณ บมจ.ซีพี ออลล์ สนับสนุนสถานที่จัดงาน

ผู้สนับสนุนหลัก : DataRockie, THNIC, Thaiware, และ CP ALL


ขอบคุณพันธมิตรสื่อ (Media Partner) : IT24hrs, The Story Thailand, TechTalk Thai
